วันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ปฏิบัติภาวนาสมาธิ ชมปูชนียสถานที่สำคัญในประเทศอินเดีย

ประเทศอินเดีย ซึ่งก็คือส่วนหนึ่งของชมพูทวีป เมืองแม่ของพระพุทธศาสนา ปัจจุบันนี้พระพุทธศาสนาที่เหลืออยู่คือ คือ ปูชนียสถานโบราณ ตามรอยพระศาสดา เหตุที่อินเดีย เป็นแหล่งกำเนิดศานสาอันเก่าแก่ของโลก และมีความเจริญวิวัฒนาการมายาวนาน เช่น ศาสนาพรามณ์ ฮินดู นับว่าเป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุด สำหรับเราแล้วคงจะต้องยอมรับว่า เพราะพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นที่ประเทศอินเดีย เมื่อ 2593 ปีมาแล้ว เราจึงเด้นทางมาที่นี่เพื่อมบูชาสัการะมิสูจน์ให้รู้แน่ๆว่า พระพุทธศาสนาที่ ปู่ ย่า ตา ยาย บรรพบุรุษ ของเราที่นับถือมานั้นมีจริงหรือไม่ เป็นเรื่องที่เล่าสืบต่อกันมา เมื่อเราได้มาเห็นมาพบมาสัมผัสด้วยตามของเราแล้ว เราก็จะหายข้อสงสัยว่าพระพุทธศาสนามีจริง พระธรรมมีจริง พระสงฆ์มีจริง บาป-บุญ-สวรรค์นรก มีจริง ด้วยหลักฐานทางวัตถุที่ปรากฏมีอยู่ให้เราได้เห็น เกิดศรัทธาที่จะเรียนรู้และปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงคำสอนของพระพุทธองค์จริงๆ เราจะได้ไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปค่อนครึ่งชีวิตอีกแล้ว เราจะได้ไม่ประมาท และจะได้มีสติใช้เวลาที่มีอยู่น้อยนิดนี้ให้เข้าถึงธรรมะอันบริสุทธิ์อย่างถูกต้องรวดเร็วยิ่งกว่าเดิม คือไม่ประมาทในชีวิตรีบแร่งความเพียรให้เต็มที่ เพราะเราได้มาเห็นสถานที่จริงๆของพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์มีศรัทธาอันสูงสุดไม่หวั่นไหว ไม่คลอนแคลนเป็นศรัทธาความเชื่อที่หนักแน่นไม่เอนเอียง มั่นคง แข็งแรงแก่งกล้าอาจหาญร่าเริงยินดีปรีดาปราโมทย์อย่างสูงสุด ได้เกิดขึ้นแก่เรา ถึงกับปฏิญาณตนว่าเป็นสาวกของพระองค์ เป็นทาสของพระรัตนตรัยอย่างนี้เลื่อแน่ว่า มีที่นี่...อินเดีย...แห่งเดียวเท่านั้นในโลก ไม่มีที่อื่น ฉะนั้นจึงเหมาะแก่นักแสวงบุญและนักการศาสนาโดยแท้

ขอขอบพระคุณแหล่งข้อมูล : ดร.พระมหาฉลอง จันทสิริ

วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คำบูชาองค์พระพิฆเนศวร

คำบูชาองค์พระพิฆเนศวร
โอม ศรี คเณศษ ยะ นะมะฮา
โอม คะ ชา นะ มัน ภู ตะ คะ ณา ชิ เส วิ ตัม กะ ชิ ตะ ถะ ชัมพู ผะละ
จารุภักษฌัม อุมาสุตัม โสกะวิศนาศะการัมคัม นะมามิ วิฆเนศวะระ ปาทะปัมกะชัม

วันศุกร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

บทกรวดน้ำ : โรงทานเจ๊ดา

ตั้งนะโม 3 จบ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

ข้าพเจ้าขอตั้งจิตอธิษฐาน แพร่บุญกุศลนี้ไปให้ไพศาล ถึงบิดามารดา ครูและอาจารย์ ทั้งลูกหลานญาติมิตรสนิทกัน คนเคยร่วมทำงานการทั้งหลาย มีส่วนได้ในกุศลผลของฉัน ทั้งเจ้ากรรมนายเวร ทั้งเทพเทวัญ ทั้งสรรพเวสี ผีเร่ร่อน จงมารับส่วนบุญส่วนกุศลนี้ จากข้าพเจ้านี้ด้วยเทอญ


ข้าพเจ้าขอกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนี้ ไปให้กับเทพไท้เทวา ทั้งสิบหกชั้นฟ้าสิบห้าชั้นดินทุกภาคทุกญาณทุกๆพระองค์ทุกๆพระนาม พ่อนาคราช แม่พระธรณี พ่อพระชัยมงคล ขอให้ทุกๆ พระองค์ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด จงไปสู้ดั่งทรวงสวรรค์นิพพาน ทุกๆ พระองค์ด้วยเทอญ และให้กับหลวงพ่อปู่โตพรหมรังษี หลวงปู่เมฆ หลวงปู่อ่อน หลวงพ่อปู่แหวน หลวงพ่อมงคลเทพมุนี หลวงพ่อขวัญ หลวงพ่อเดิม พ่อปู่ฤาษีลิงดำ และหลวงพ่อวัดป่าโมก จังหวัดสุราษฎร์ธานี และหลวงพ่อทุกดวงวิญญาณที่ได้ล่วงลับไปแล้ว จงเป็นสุขเป็นสุข ทุกดวงวิญญาณด้วยเทอญ และให้กับเปรต อสูรกาย ทั้งหญิง และชาย ที่เร่ร่อนอยู่ในสากลโลก ทุกดวงวิญญาณ และให้กับดวงวิญญาณ สรรพเวสี ผีตายโหง ตายห่า ผีป่าผีเขา ผีที่เขาบันผีที่เขารอน ผีที่ตายท้องกลมก็ดี และดวงวิญญาณบรรพบุรุษทุกดวงวิญญาณ จงมารับส่วนบุญส่วนกุศลนี้ จากข้าพเจ้าด้วยเทอญ


เมื่อมารับแล้ว ขอให้ทุกดวงวิญญาณจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด จงไปสู่ดังสรวงสวรรค์นิพพานทุกดวงวิญญาณด้วยเทอญ และให้กับสัตว์สองเท้า สัตว์สี่เท้าทุกตัว ขอให้ทุกตัวเป็นสุขเป็นสุขเถิด จงไปสู่ดังสรวงสวรรค์นิพพาน ทุกดวงวิญญาณด้วยเทอญ และขออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลนี้ ให้กับท่านเจ้ากรรมนายเวร หากกรรมใดที่ลูกได้เคยกระทำมา ไม่ว่ากี่พบกี่ชาติจนมาถึงชาติปัจจุบันนี้ ขอให้ท่านจงอโหสิกรรมให้กับลูกนี้ จงหลุดพ้นจากวิบากกรรมด้วยเทอญ ขอให้ท่านเจ้ากรรมนายเวรจงเป็นสุขเป็นสุขเถิด ขอให้ท่านจงไปสู่ดั่งทรวงสวรรค์นิพพานด้วยเทอญ สัพเพสัตตา สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ ขอให้พ้นจากทุกข์ สัตว์ใดที่เป็นสุขขอให้สุขยิ่งๆขึ้นไป พร้อมทั้งตัวของข้าพเจ้า และครอบครัวของข้าพเจ้าด้วยเทอญ

พุทธังอนันตัง ธรรมมังจักวาลัง สังนิพพานัง นะบัตตะโยโหตุ สัตทาหัง สุขิโตโหมิ
พุทธังอนันตัง ธรรมมังจักวาลัง สังนิพพานัง นะบัตตะโยโหตุ สัตทาหัง สุขิโตโหมิ
พุทธังอนันตัง ธรรมมังจักวาลัง สังนิพพานัง นะบัตตะโยโหตุ สัตทาหัง สุขิโตโหมิ.

วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553

มอบเงินสร้างศาลาธรรมสังเวช วัดพันชาลี

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2553 นางกิ่งกณก แสงสว่าง เจ้าของโรงทานเจ๊ดา มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้กับวัดพันชาลี ตำบลพันชาลี อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อสมทบทุนสร้างศาลาธรรมสังเวช ซึ่งวัดพันชาลี เป็นวัดบ้านเกิดของคุณกิ่งกณก แสงสว่าง

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553

มอบผ้าห่มช่วยภัยหนาว ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก

แม่ค้าตลาดมิตรภาพ มอบฝรั่งร่วมทำบุญเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กๆ ที่โรงเรียนคันโช้งพิทยาคม
พี่ๆ ที่ตลาดมิตรภาพ (ตลาดสะพานสูง) มอบข้าวโพดเพื่อใช้ทำขนมเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กที่โรงเรีนคันโช้งพิทยาคม
แม่ค้าที่ตลาดผักตลาดมิตรภาพ มอบผักให้กับเจ๊ดา เพื่อทำโรงทานเลี้ยงอาหารกลางวัน น้องๆ
ลุงมอบผักให้ใช้ผัดหมี่ซั่วให้น้องๆ
สจ.เศรษฐา กิจติจารุรักษ์ มอบเงินสนับสนุนจัดซื้ออาหารเลี้ยงเด็กๆด้วยอีกคน ถ่ายรูปร่วมกับบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ธรรมรัฐ
เลี้ยงอาหารเด็กๆ ที่อำเภอวัดโบสถ์ เสร็จแล้วถ่ายรูปร่วมกันกับท่านนายกสมาคมสื่อสารมวลชนพิษณุโลก
น้องๆ ต่อแถวรับแจกอาหารกลางวันที่โรงเรียนคันโช้งพิทยาคม อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก
พี่ๆ สื่อมวลชนช่วยกันทำอาหาร เลี้ยง น้องๆ
คุณสุวารีย์ มีชูนึก สาวน้อยจากสมาคมสื่อสารมวลชนพิษณุโลกช่วยกันตักอาหารแจกน้องๆ
น้องๆ รอรับแจกอาหารกลางวันที่โรงเรียนคันโช้งพิทยาคม
บริษัท ไอ.เอ็น.เอ็น.เรดิโอ จำกัด โดย สถานีวิทยุ DFM ร่วมด้วยช่วยกัน คลื่นความดี จังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับ สมาคมสื่อสารมวลชนจังหวัดพิษณุโลก โรงทานเจ๊ดา เดินทางไปมอบผ้าห่ม อุปกรณ์การเรียน การกีฬา อาหารกลางวัน แก่โรงเรียนกลุ่มวัดโบสถ์ 2 จำนวน 11 โรงเรียน โดยมีผู้สนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 9 บริษัท ท็อปแลนด์และในเครือ ชมรมลำน้ำเข็กออฟโรดพิษณุโลก หนังสือพิมพ์เผ่าไทย หนังสือพิมพ์ธรรมรัฐ หนังสือพิมพ์ประชากร พันตำรวจเอกจอมพจน์ สังข์สุข ผู้กำกับดารสถานีตำรวจภูธรวัดโบสถ์ ซึ่งมีนายอุดม สายโท รองผู้อำนายการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พิษณุโลกเขต 3 พร้อมด้วยนายชาลี ดายี่ ผู้อำนวยการโรงเรียนคันโช้งพิทยาคม และนายปราโมทย์ เมืองเปรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคันโช้ง ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2553 ณ โรงเรียนคันโช้งพิทยาคม ตำบลคันโช้ง อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2552

สูตรยาอัมพฤกษ์

1. ลูกจันทร์ น้ำหนัก 1 เฟื้อง
2. กระวาน น้ำหนัก 1 สลึง1เฟื้อง
3. การบูร น้ำหนัก 2 สลึง
4. ดีปลี น้ำหนัก 2 สลึง 1 เฟื้อง
5. พิลังกาสา น้ำหนัก 3 สลึง
6. ดอกจันทร์ น้ำหนัก 1 สลึง
7. อำพัน น้ำหนัก 3 สลึง 1 เฟื้อง
8. โกฎิสอ น้ำหนัก 1 สลึง
9. โกฏิเขมา น้ำหนัก 1 สลึง
10. เทียนดำ น้ำหนัก 1 สลึง
11. เทียนแดง น้ำหนัก 5 สลึง 1 เฟื้อง
12. เทียนขาว น้ำหนัก 6 สลึง
13. เทียนตาตั๊กแตน น้ำหนัก 6 สลึง 1 เฟื้อง
14. เทียนแกรน น้ำหนัก 7 สลึง
15. ขิงแห้ง น้ำหนัก 7 สลึง
16. เจตมูลเพลิง น้ำหนัก 2 บาท
17. สมอไทย น้ำหนัก 2 สลึง1 เฟื้อง
18. สมอเทศ น้ำหนัก 9 สลึง
19. บุกกลอ น้ำหนัก 9 สลึง 1เฟื้อง
20. กานพลู น้ำหนัก 10 สลึง
21. ชุมเห็ดเทศ น้ำหนัก 5 บาท 1 สลึง 1 เฟื้อง
22. ใบกัญชาเทศ น้ำหนัก 30 บาท 2 สลึง 1 เฟื้อง
23. พริกไทยอ่อน น้ำหนัก 60 บาท 3 สลึง
24. ต้นเหงือกปลาหมอ น้ำหนัก 30 บาท

นำมาใส่หม้อดินต้มกับน้ำพอสมควร ใช้น้ำยารัปประทานครั้งละ ๑ ถ้วยชา เช้า-เย็น

วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552

บรรยากาศงานแจกทานที่โรงทานเจ๊ดา 5 ธันวาคม 2552

คุณพ่อลือ แสงสว่าง คุณพ่อคุณกิ่งกณก แสงสว่าง เจ้าของโรงทานเจ๊ดา ถ่ายรวมกับคุณชวนพ ชนะวารี ผู้สื่อข่าว ทีทีเคเบิ้ลทีวี พิษณุโลก(ริมขวา) คุณสุวิทย์ ศรีสุข บรรณาธิการหนังสื่อพิมพ์เสียงมหาชน(ริมซ้าย)

บรรดาลูกศิษย์ช่วยกันตักข้าว กับข้าว แจกทานแก่ผู้สูงอายุที่มารับแจกในงาน


มอบข้าวสาร อาหารแห้ง แก่เด็กๆ ณ โรงทานเจ๊ดา